การดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน

การดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน

การดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน,การดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน,การดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน DRINK @ HOME RESPONSIBLY

การดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน

DRINK @ HOME RESPONSIBLY

        สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และเริ่มทำความรู้จักและปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)
ซึ่งหมายถึงการสร้างระยะห่างและลดการปฏิสัมพัทธ์งระหว่างตัวเรากับคนในสังคม และการลดการออกไปนอกบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็น ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่เลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงสามารถดื่มได้เช่นเดิม
แต่ต้องเปลี่ยนสถานที่ดื่มเป็นที่บ้านเท่านั้น 

        มูลนิธิแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ TFRD สนับสนุนให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ
เว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด ซึ่งการอยู่ที่บ้าน (Stay at Home) คือ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา ครอบครัว และชุมชน ในขณะเดียวกัน ขอให้ผู้ที่เลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องดื่มอย่างรับผิดชอบ ในระดับที่เหมาะสม และดื่มที่บ้านของตน เพื่อไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม

เคล็ดลับการดื่มอย่างรับผิดชอบที่บ้าน

    1. ดื่มอย่างพอดี ผู้ดื่ม (เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น) ทั้งผู้หญิงและผู้ชายควรจดบันทึกการดื่มและปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล
    2. แอลกอฮอล์ก็คือแอลกอฮอล์ ปัจจัยที่สำคัญคือปริมาณการดื่ม ไม่ใช่ชนิดของเครื่องดื่ม โดย หนึ่งหน่วยมาตรฐานของเบียร์ ไวน์ และสุรา เช่น วิสกี้ และว้อดก้า เป็นต้น
         ต่างมีปริมาณแอลกอฮอล์เท่ากัน โปรดดูรายละเอียดการดื่มมาตรฐานตามมาตรฐานสากล (Standard Drink) ตามที่ปรากฏข้างล่างนี้
               วิสกี้ หรือ วอดก้า ที่มีระดับแอลกอฮอล์ 40% - 43% = 3 ฝา (รวม 30 ml)       
               เบียร์ หรือ RTD ที่มีระดับแอลกอฮอล์ 5%  = 1 กระป๋อง หรือ ขวดเล็ก (250 ml)
               ไวน์ ที่มีระดับแอลกอฮอล์ 11%-13%  = 1 แก้ว (100 ml) 

   3. รับประทานอาหารและน้ำให้เพียงพอ ต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะท้องว่างเด็ดขาด ควรรับประทานอาหารรองท้องก่อนดื่มเสมอ เพราะอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร
         จะช่วย ชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าร่างกาย นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำอย่างต่อเนื่องระหว่างดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันภาวะการขาดน้ำ
   4. วัดปริมาณการดื่ม ให้รินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้ถ้วยตวง เหยือก หรือภาชนะที่มีอยู่ เพื่อทราบปริมาณการดื่มของตนว่ามากน้อยเพียงใด
   5. เติมสีสัน ฝึกทำค็อกเทลด้วยตนเองที่บ้าน หรือเรียนรู้จากบทเรียนการผสมเครื่องดื่มซึ่งสอนโดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพทางออนไลน์
   6. วันงดดื่ม กำหนดวันงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยทำกิจกรรมอื่นแทน เพื่อสร้างความสุขให้กับการอยู่บ้าน เช่น เล่นบอร์ดเกม นัดดื่มกาแฟกับเพื่อนผ่านทางออนไลน์
        หรือทดลองผสมม๊อกเทลหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะบางครั้งการดื่มอย่างรับผิดชอบ คือ การละเว้นจากการดื่มนั่นเอง
   7. อยู่บ้านก็สนุกได้ เช่น นัดรวมตัวสังสรรค์กับเพื่อนทางออนไลน์โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ทั้งนี้ควรตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับงานปาร์ตี้ออนไลน์

 ข้อเท็จจริง

แอลกอฮอล์ก็คือแอลกอฮอล์

        การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอเหมาะ หมายถึง การจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะถูกบริโภคในรูปแบบของเบียร์ ไวน์ หรือสุรากลั่น สิ่งที่สำคัญ คือ ปริมาณแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเครื่องดื่มและปริมาณการบริโภค
การย่อยและดูดซึมแอลกอฮอล์โดยร่างกาย

  • ตับมีหน้าที่ย่อยสลายแอลกอฮอล์เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย ทั้งนี้ เอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (Alcohol Dehydrogenase: ADH) ทำหน้าที่ในการย่อยสลายดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการย่อยแอลกอฮอล์ขนาด 1 มาตรฐาน ซึ่งไม่มีวิธีอื่นใดที่จะเร่งการย่อยแอลกอฮอล์ของร่างกายได้เร็วกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกาแฟ การนอนหลับ หรือการรับประทานอาหาร 
  • ร่างกายของผู้หญิงย่อยสลายแอลกอฮอล์ได้ช้ากว่าผู้ชาย เพราะมีปริมาณเอนไซม์ ADH และปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชาย 
  • อาหารช่วยให้แอลกอฮอล์อยู่ในกระเพาะของคุณนานขึ้น จึงทำให้อัตราการดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายช้าลงและลดทอนเวลาก่อนไปถึงสมอง
  • สาเหตุของการเมาค้างส่วนใหญ่เกิดจากร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปในแต่ละคราว การดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น น้ำเปล่า ในระหว่างการดื่ม และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอเหมาะสามารถช่วยเลี่ยงอาการเมาค้างได้ การดื่มหนักนั้นอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และอาจก่อให้เกิดภาวะสุราเป็นพิษ อาการโคม่า หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

การดื่มขณะตั้งครรภ์

        ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ทารกจะมีภาวะกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ (Fetal Alcohol Syndrome: FAS) นอกจากนี้ น้ำนมแม่จะยังคงมีแอลกอฮอล์ตกค้างอยู่ในช่วงเวลา 30 นาทีภายหลังจากดื่ม ซึ่งแต่ละการดื่มขนาดหนี่งมาตรฐาน ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการย่อยสลาย จึงต้องแน่ใจว่าแอลกอฮอล์ถูกกำจัดออกจากร่างกายแล้วก่อนการให้นมบุตร

แอลกอฮอล์ผิดกฎหมาย

        แอลกอฮอล์ที่ถูกผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมายอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย และไม่ควรบริโภค โดยแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายเหล่านี้มักผลิตขึ้นโดยใช้แอลกอฮอล์และสารเคมีที่ไม่สามารถรับประทานได้ และเป็นอันตรายต่อร่างกายหากบริโภค เป็นวัตถุดิบในการผลิต ได้แก่ เมทิลแอลกอฮอล์ หรือ เมทานอล (Methyl Alcohol or Methanol) สารเคมีแต่งกลิ่นและสี เป็นต้น

Download PDF File >> https://morporor.org/storage/file/file_save/vjh1CGYXFD.pdf



โครงการอื่นๆ